วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เสริมดวงสร้างบุญบารมีให้ชีวิตรุ่งโรจน์



เสริมบุญสร้างบุญบารมีนั้นนอกจากจะได้บุญแล้วยังเป็นการทำให้จิตใจสงบมีสติ สมาธิมากขึ้นจะทำการสิ่งใดก็จะส่งผลดีตามมา

1. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 15 นาที(หรือ เดินจงกรมก็ได้)

อานิสงส์ เพื่อสติ ปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า เพื่อจิตใจ ที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส ปล่อยวางได้ง่าย จิตจะรู้วิธี แก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ ชีวิตจะเจริญ รุ่งเรืองไม่มีวันอับจน ผิวพรรณ ผ่องใส สุขภาพกายและ จิตแข็งแรง เจ้ากรรมนาย เวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล

2. สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละ ครั้งก่อนนอน

อานิสงส์ เพื่อให้สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ชีวิตหน้าที่ การงานเจริญก้าวหน้า เงินทองไหลมา เทมา แคล้วคลาดจาก อุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว
แนะนำพระคาถา พาหุงมหากา , พระคาถาชิน บัญชร ,พระคาถายอด พระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น เมื่อสวด เสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง

3. ถวายยารักษาโรคให้วัด , ออกเงินค่า รักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์

อานิสงส์ ก่อให้เกิด สุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หาย จะทุเลา สุขภาพกายจิต แข็งแรง อายุยืนทั้ง ภพนี้และภพหน้า ถ้าป่วยก็จะ ไม่ขาดแคลนการรักษา

4. ทำบุญตักบาตรทุกเช้า

อานิสงส์ ได้ช่วยเหลือ ศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลน อาหาร ตายไปไม่หิว โหย อยู่ในภพที่ ไม่ขาดแคลน ข้าวปลาอาหาร อุดมสมบูรณ์

5. ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆเกี่ยวกับธรรมะ แจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน

อานิสงส์ เพราะธรรมทาน ชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรม จึงสว่างไปด้วยลาถยศ สรรเสริญ ปัญญา และบุญบารมี อย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนาย เวรอโหสิกรรมให้ ชีวิตจะเจริญ รุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน

6. สร้างพระถวายวัด

อานิสงส์ ผ่อนปรนหนี้ กรรมให้บางเบา ให้ชีวิต เจริญรุ่งเรือง สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจาก อุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็น สุข ได้เกิดมา อยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป

7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์หรือบวชพระ อย่างน้อย 9 วันขึ้นไป

อานิสงส์ ได้ตอบแทนคุณ พ่อแม่อย่างเต็มที่ ผ่อนปรนหนี้ กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร สร้างปัจจัย ไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมา อยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา จิตเป็นกุศล

8. บริจาคเลือดหรือร่างกาย

อานิสงส์ ผิวพรรณ ผ่องใส สุขภาพแข็ง แรง ช่วยต่ออายุ ต่อไปจะมีผู้ คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก เทพยดาปกปัก รักษา ได้เกิดมามี ร่างกายที่งดงามในภพหน้า ส่วนภพนี้ก็ จะมีราศีผุดผ่อง

9. ปล่อยปลาที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อย สัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ

อานิสงส์ ช่วย ต่ออายุ ขจัด อุปสรรคในชีวิต ชดใช้ หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป ให้ทำ มาค้าขึ้น หน้าที่ การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิต ที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใส เป็น อิสระ

10. ให้ทุนการศึกษา , บริจาค หนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ , อาสาสอน หนังสือ

อานิสงส์ ทำให้มีสติ ปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะ ฉลาดเฉลียวมีปัญญา ได้มีโอกาส ศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้ สติปัญญา สมบูรณ์พร้อม

11. ให้เงินขอทาน , ให้เงินคนที่ เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)

อานิสงส์ ทำให้ เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตก ทุกข์ได้ยาก เกิดมา ชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน ความ ยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง จะได้ เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน

12. รักษาศีล 5 หรือศีล 8

อานิสงส์ ไม่ต้องไป เกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก ได้เกิดมา เป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริญ รุ่งเรือง กรรมเวรจะไม่ ถ่าโถม ภัยอันตราย ไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้า ปกปักรักษา


ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก FW Mail
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ทายนิสัยจากกางเกงยีนส์ที่สวมใส่


ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆว่า กางเกงยีนส์เป็นอะไรที่ฮิตมากมายก่ายกอง และก็เป็นแฟชั่นที่คาดว่าจะไม่มีวันเอ้าท์ซะด้วย... ว่าแต่เพื่อนๆใส่กางเกงยีนส์กันอยู่ทุกวัน รู้บ้างไหมว่ากางเกงยีนส์แบบไหน ทรงอะไร สามารถบงบองถึงความเป็นตัวเราได้ด้วยนะ ไม่เชื่อลองไปดูกันเลย...

กางเกงยีนส์ขากระบอก
น้องๆที่ชอบใส่กางเกงขากระบอก เป็นคนที่จริงจังกับชีวิต ไม่ชอบเรื่องโกหกไร้สาระ มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง แลไม่ค่อยทะเยอทะยานพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ อีกทั้งยังเป็นคนเรียบร้อยและเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดีอีกต่างหาก


กางเกงยีนส์แบบเอี๊ยม
สำหรับน้องๆที่ชอบใส่กางเกงยีนส์แบบเอี๊ยม เป็นคนร่าเริงแจ่มใส่ ง่ายๆ สบายๆ มองโลกในแง่ดี ไม่ชอบการข้อบังคับ รักความอิสระ เป็นคนดีจิตใจงาม


กางเกงยีนส์หลวมๆ
มาถึงน้องๆที่ชอบใส่กางเกงยีนส์แบบหลวมๆ เป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง และไม่ค่อยมั่นใจในความสามารถของตัวเอง ไม่ชอบริเริ่มลงมือทำ


กางเกงยีนส์ดีไซน์เก๋ๆ
ต่อด้วยน้องๆที่ชอบสวมกางเกงยีนส์ดีไซน์เก๋ๆ เป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง กล้าแสดงออก กล้าคิดกล้าทำ ชอบในงานศิลปะ แต่บ้างครั้งอีโก้สูงเกิน 555+


กางเกงยีนส์ขาเดฟ
สำหรับน้องๆที่ชอบ กางเกงยีนสขาเดฟ เป็นคนค่อนข้างสำอาง และต้องการเป็นที่สนใจของเพศตรงข้าม เป็นคนสนุกสนานลั่นล้า และให้ความสำคัญกับเรื่องความรักมากๆ


กางเกงยีนส์เซอร์เก่าๆ ขาดๆ
ส่วนน้องๆที่ชอบยีนส์เซอร์เก่าๆ ขาดๆ คนติดดินธรรมดาที่มักสนใจภายในจิตใจ ดังนั้นจึงเป็นคนที่มีใจดีไม่ใจร้าย เป็นคนจริงใจไม่ค่อยเสแสร้ง แต่รักใครรักจริง หุหุ


กางเกงยีนส์มียี่ห้อ แบรนด์เนม
ปิดท้ายด้วยน้องๆที่ชอบของแบรนด์เนม เป็นคนค่อนข้างขาดความมั้นใจในตัวเอง ชอบเรียกร้องความสนใจ แต่มีความทะเยอทะยานสูงมาก

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

คู่รักเสริมดวงตามตำราจีน

คนเกิดปีชวด
ตามนักกษัตรจีนกล่าวว่า ปีชวด หากินเก่ง ปากจัด มั่งมี (ขึ้นอยู่กับดวง)

ปีเสริมดวง จะแต่งงาน จะหุ้นส่วน จะคบหาล้วนดีทั้งสิ้นคือ
1. ปีฉลู (วัว) เสริมดวงเงิน
2. ปีมะโรง (งูใหญ่) เสริมความคิด
3. ปีวอก (ลิง) เสริมความสุข

ปีที่ห้าม : หรือชงกันคือ ปีมะเมีย (ม้า) จะทำให้ทะเลาะกันมากมาย เนื่องจากความคิดไม่ลงกัน



คนเกิดปีฉลู
ตามนักษัตรจีนกล่าวว่า ปีฉลู มุ่งมั่น เอาอะไรเอาให้ได้ ไม่ยอมคน ต่อสู้จนสำเร็จ

ปีเสริมดวง อยู่ด้วยกันดี จะแต่งงาน จะหุ้นส่วน จะคบค้าหาผลประโยชน์ จะเสริมดวงคือปี
1. ปีชวด (หนู) เสริมการเงิน
2. ปีมะเส็ง (งูเล็ก) เสริมการงาน
3. ปีระกา (ไก่) เสริมความสุข

ปีที่ห้าม : หรือชงกันคือปีมะแม (แพะ) จะทำให้ล้มเหลวเข้ากันไม่ได้



คนเกิดปีขาล
ตามนักษัตรจีนกล่าวว่า เป็นคนแข็มเข็ง จริงจัง จริงใจ พูดตรงๆ ชอบบอกว่าชอบ เกลียดบอกว่าเกลียด

ปีที่เสริมดวง อยู่ด้วยแล้วรวย จะแต่งงาน จะหุ้นส่วน จะคบหา จะขอความช่วยเหลือ จะเสริมดวงคือคนปี
1. ปีมะเมีย (ม้า) เสริมการเงิน
2. ปีจอ (สุนัข) เสริมความคิด
3. ปีกุน (หมู) เสริมร่ำรวย

ปีที่ห้าม : ชงกันคือ ปีวอก (ลิง) อยู่กันทำงานด้วยกันจะทำให้วุ่นวาย ไม่ลงรอยกัน



คนเกิดปีเถาะ
ตามนักษัตรจีนกล่าวว่า ปีเถาะใจคอกล้าหาญ รักสงบ ล้วนหาเงินให้ครอบครัว

ปีเสริมดวง จะแต่งงาน จะหุ้นส่วนธุรกิจ จะเสริมดวงคือคนปี
1. ปีมะแม (แพะ) เสริมความสุข
2. ปีกุน (หมู) เสริมการเงิน
3. ปีมะโรง (งูใหญ่) เสริมความคิด

ปีที่ห้าม : ชงกันคือ ปีระกา (ไก่) จะทำให้ยุ่งเหยิง ตีกัน ไม่เข้าใจกัน วุ่นวาย



คนเกิดปีมะโรง
ตามนักษัตรจีนกล่าวว่า ปีมะโรง ปีงูใหญ่ มากมีบริวาร จิตใจห้าวหาญ ภายหลังได้ดี

ปีเสริมดวง จะแต่งงาน จะร่วมธุรกิจ จะคบค้าล้วนเสริมกันคือปี
1. ปีมะโรง , ปีมะเส็ง เสริมการเงิน
2. ปีชวด (หนู) เสริมความคิด
3. ปีวอก (ลิง) เสริมความรู้ซึ่งกันและกัน
4. ปีระกา (ไก่) เสริมการเงิน

ปีที่ห้าม : ชงกันคือ ปีจอ (สุนัข) จะทำให้พูดกันไม่รู้เรื่อง ทิฐิ เข้ากันยากได้



คนเกิดปีมะเส็ง
ตามนักษัตรจีนกล่าวว่า ปีมะเส็ง ชีวิตมีไหวพริบ ชอบจินตนาการ หาสิ่งใหม่ ๆ (ขึ้นอยู่กับดวง)

ปีเสริมดวง จะแต่งงาน จะหุ้นส่วน จะคบหา ล้วนเสริมกันคือปี
1. ปีฉลู (วัว) เสริมเงิน
2. ปีระกา (ไก่) เสริมความสุข
3. ปีจอ (หมา) เสริมความคิด

ปีที่ห้าม : ชงกันคือ (หมู) จะทำให้มีปากเสียงกัน ไม่ยอมกันทำให้ชีวิตล้มเหลว



คนเกิดปีมะเมีย
ตามนักษัตรจีนกล่าวว่า ปีมะเมีย วิ่งไปข้างหน้า ต่อสู้ชีวิต ล้มลุกคลุกคลาน ภายหลังได้ดี

ปีเสริมดวง จะแต่งงาน จะหุ้นส่วน จะคบหา จะทำธุรกิจ ล้วนเสริมดวงคือปี
1. ปีขาล (เสือ) เสริมการเงิน
2. ปีมะแม (แพะ) เสริมความคิด
3. ปีจอ (สุนัข) เสริมความรัก

ปีที่ห้าม : ชงกันคือ ปีชวด (หนู) อยู่ด้วยกันมักทะเลาะกัน ขัดแย้งกัน



คนเกิดปีมะแม
ตามนักษัตรจีนกล่าวว่า ปีมะแม มุ่งมั่นก้าวหน้า แต่บางคราเฉื่อยชา ควรยึดหลักขยันจะดี

ปีที่เสริมดวง จะแต่งงาน จะทำธุรกิจร่วม หรือจะหุ้นส่วนล้วนเสริมดวงคือปี
1. ปีเถาะ (กระต่าย) เชื่อว่าอยู่ด้วยกันแล้วจะเสริมความคิด
2. ปีมะเมีย (ม้า) เชื่อว่าอยู่ด้วยแล้วรวย
3. ปีกุน (หมู) เชื่อว่าอยู่ด้วยเสริมการเงิน

ปีที่ห้าม : หรือชงกันคือปี ปีฉลู (วัว) มักเป็นศัตรูกัน เนื่องจากอารมณ์แรงทั้งคู่



คนเกิดปีวอก
ตามนักษัตรจีนกล่าวว่า ปีวอก เจรจาดี สิริตกที่ปาก มักเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป

ปีเสริมดวง จะแต่งงาน จะคบหา จะทำธุรกิจ ล้วนเสริมดวงคือคนปี
1. ปีชวด (หนู) เสริมการงาน
2. ปีมะโรง (มังกร) เสริมการเงิน
3. ปีมะเส็ง (งูเล็ก) เสริมความคิด

ปีที่ห้าม : หรือชงกันคือ ปีขาล เชื่อว่าทิฐิทั้งคู่ มักมีปากเสียงวุ่นวาย



คนเกิดปีระกา
ตามนักษัตรจีนกล่าวว่า ปีระกา ปากเจรจากล้า แต่พอทำจริงทำไม่ได้ (ขึ้นอยู่กับดวง)

ปีเสริมดวง จะแต่งงาน คบหา หุ้นส่วนธุรกิจ ล้วนเสริมดวงคือปี
1. ปีฉลู (วัว) เสริมการเงิน
2. ปีมะเส็ง (งูเล็ก) เสริมการงาน
3. ปีมะโรง (มังกร) เสริมความรัก

ปีที่ห้าม : หรือชงกันคือ ปีเถาะ (ปีกระต่าย) อยู่ด้วยกันแล้วทะเลาะ มีแต่ปัญหาเรื่องอารมณ์



คนเกิดปีจอ
ตามนักษัตรจีนกล่าวว่า ปีจอ ตกฝีมือยอดเยี่ยม เจรจาเป็นเอก เป็นที่พึ่งของคนอื่น

ปีเสริมดวง จะแต่งงาน คบค้า ทำธุรกิจ หุ้นส่วน ปีที่เสริมดวงคือปี
1. ปีขาล (เสือ) เสริมการงาน
2. ปีเถาะ (กระต่าย) เสริมความคิด
3. ปีมะเมีย (ม้า) เสริมความสุข

ปีที่ห้าม : หรือชงกันคือ ปีมะโรง (มังกร) อยู่ด้วยกันมักไม่เข้าใจกัน


คนเกิดปีกุน
ตามนักษัตรจีนกล่าวว่า ปีกุน ชอบหากิน วิ่งเต้น ใช้ปาก รักบ้าน ต่อไปได้ดี เพราะขนขวาย (อยู่ที่ดวง)

ปีเสริมดวง จะแต่งงาน จะร่วมทำธุรกิจ จะหุ้นส่วนจะให้ช่วยเหลือล้วนเสริมดวงคือปี
1. ปีขาล (เสือ) คบแล้วพารวย หรือมีบุตรเกิดปีนี้จะทำให้พ่อแม่รวยหรือหารูปเสือมาไว้ที่บ้านทางทิศตะวันออกจะเสริมดวง
2. ปีเถาะ (กระต่าย) เสริมการเงิน
3. ปีมะแม (แพะ) เสริมความคิด

ปีที่ห้าม : หรือชงกันคือ ปีมะเส็ง(งูเล็ก)อยู่ด้วยกันแล้ววุ่นวาย ไม่ยอมกัน เป็นศัตรูกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก FW Mail
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2554

บริหารสมอง สร้างพลังความจำ

‘สมอง' ก็เหมือนส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่ต้องออกกำลังบริหารอยู่เสมอเพื่อให้คงอยู่ในสภาพดี นอกจากจะส่งผลให้สมองโลดแล่นแล้ว ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพของการจดจำอีกด้วย สำหรับคนขี้หลงขี้ลืม อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันลดลง และยังอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคสมองเสื่อม และเพราะ ‘ความจำ' เราจึงเรียนรู้ได้โดยเอาสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตมาวิเคราะห์และปรับปรุง ความจำทำให้เราสามารถทำงานบางอย่างที่เราได้เรียนมาอย่างช่ำชอง หรือหลีกเลี่ยงการกระทำบางอย่างที่ไม่ดีได้ จิตใต้สำนึกของเราบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตตลอดเวลา ความจำเป็นสิ่งไม่ตาย แต่อยู่ถาวรภายใต้จิตสำนึก หากได้รับการฝึกฝนที่ดี ก็จะสามารถเรียกความจำเก่าๆ ในชีวิตกลับมาได้

วิธีเพิ่มความจำให้สมอง ด้วยหลักปฏิบัติง่ายๆ

1. กินอาหารเพิ่มความจำ

- กลุ่มวิตามินบี เช่น นมพร่องมันเนย กล้วย ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วต่างๆ ผัก ผลไม้ ช่วยป้องกันสมองเสื่อม ความจำเลอะเลือน

- กลุ่มธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ซึ่งมีผลต่อไอคิว ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองซีกซ้ายที่เกี่ยวกับระบบการคิด

- ไข่แดง ตับ ถั่วลิสง เนยถั่ว บำรุงเซลล์สมอง

- ปลาที่มีโอเมก้า 3 อาทิ ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอเรล ช่วยป้องกันความจำเสื่อม

- ผักผลไม้สด เช่น ผลไม้ที่มีสีแดง ม่วง น้ำเงิน โดยเฉพาะตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ นั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระชนิดที่มีความเข้มข้นสูง หรือที่เรียกว่า Anthocyanidin

- ลดปริมาณแอลกอฮอล์

2. ออกกำลังเพิ่มความจำ

การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระตุ้นความจำของสารเคมีในสมองที่เรียกว่า Brain-Derived Neurotrophic Factor ให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย ทั้งนี้ควรออกกำลังกายให้หลากหลายประเภท เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ของสมองจากการฝึกฝนทักษะใหม่ๆ อาทิ

- ออกกำลังแบบแอโรบิก หรือออกกำลังต่อเนื่อง เช่น วิ่งเหยาะ นาน 20-30 นาที อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์

- การฝึกโยคะ รำมวยจีน เดินจงกรม สามารถพัฒนาความจำได้

- ออกกำลังกายเบาๆ เช้าหรือเย็น เดินเท้าเปล่าเหยียบพื้นดินบ้าง บนหญ้าบ้าง แกว่งแขนเบาๆ

- ฝึกเดินถอยหลัง หาพื้นที่โล่งกว้าง ยืนให้มั่น ค่อยๆ ก้าวถอยหลังช้าๆ อย่างน้อยวันละ 50 ก้าว

3. ฝึกสมาธิ ควบคุมอารมณ์และจิตใจ

เพิ่มประสิทธิภาพของสมองและระบบประสาทด้วยการ

- นอนหลับให้เพียงพอ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง เซลล์ประสาทจะสื่อสารกันได้มากขึ้น ส่งผลต่อการเรียนรู้และความจำ คนส่วนมากต้องการนอนวันละ 7 ชั่วโมง (แต่ละคนไม่เท่ากัน) ลองสังเกตดูว่านอนเท่าไรที่จะทำให้สดชื่น และไม่ง่วงตอนบ่ายๆ แต่แนะนำว่าไม่ควรนอนเกินวันละ 9 ชั่วโมง เพราะการนอนมากเกินไปทำให้เกิดโรคต่างๆ เพิ่มขึ้นได้

- ฝึกสมาธิ ไทเก๊ก (ชี่กง-ไท จี้) โยคะ ซึ่งช่วยทำให้การหายใจเข้า-ออกช้าลงอย่างน้อยวันละ 10 นาที

- แสดงความชื่นชมคนรอบข้างเสมอ เพื่อฝึกการมองโลกในแง่ดี แต่คนที่ต้องชื่นชมก่อนคนอื่นทั้งหมดคือ ชื่นชมตัวเราเองเวลาเราทำอะไรดีๆ หรือเวลาทำอะไรดีๆ สำเร็จ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ควรฝึกให้รางวัลตัวเองบ้าง

- ขยันดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เนื่องจากสมองต้องการเลือดมาหล่อเลี้ยงถึงร้อยละ 5 ของเลือดในร่างกาย เมื่อร่างกายขาดน้ำจะทำให้ความสามารถทางสมองลดลง ความคิดจะไม่ค่อยแล่น ทำให้ซึมเศร้าและอาการเครียดก็จะตามมา

- ฟังเพลง Mozart ก่อนนอนสักหนึ่งรอบ จะช่วยเรื่องความจำได้

4. บริหารสมอง

การเล่นหมากรุก หมากล้อม ครอสเวิร์ด ซึ่งต้องใช้ความคิด เซลล์สมองจะเจริญเติบโตมากขึ้น ความสามารถในการจำก็จะดีขึ้นด้วย

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

เตรียมรถก่อนสงกรานต์ อะไรบ้างที่ห้ามลืม!!!

เหลืออีกเพียงไม่กี่วันแล้วเท่านั้นร สำหรับเทศกาลสงกรานต์ วาระดิถีสวัสดีปีใหม่ไทยที่กลับมาให้เราได้ชื่นมื่นกันอีกครั้งทั่วทุกสาระทิศกับการดน้ำขอพร ปีนี้เราเชื่อว่าหลายคนมีโปรแกรมออนทัวร์ไปต่างจังหวัดมากมาย หลายคนกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่จากมา และวันนี้ถ้าคุณคิดกำลังจะเดินทางจงเตรียมตัวให้พร้อม

"ดูแลรถ แล้วรถจะดูแลเรา" คำนี้เป็นคำที่ผมมักบอกหลายๆคน ที่ใกล้ชิด เพราะเมื่อรถพร้อมคนพร้อม ที่เหลือก็แค่โชคชะตากับเพื่อร่วมทางที่จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อๆไป ซึ่งวันนี้หากใครกำลังเตรียมตัวออกต่างจังหวัดหาความสำราญแล้ว ช่วงก่อนเดินทางนี้เรามาเตรียมรถให้พร้อมเพื่อเสริมความมั่นใจในการขับขี่กันดีกว่า



1.เครื่องยนต์ต้องพร้อม..ฟิตๆก่อนออกทริป ถ้าถามว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้รถยนต์เคลื่อนที่ได้ แน่นอนสิ่งนั้นคงไม่พ้นเรื่องของเครื่องยนต์กำลังหลักในการขับเคลื่อนที่เราอยากให้ใส่ใจสักนิด โดยเฉพาะคุณผู้หญิงจะได้ไม่ลำบากระหว่างทาง

การดูแลเครื่องยนต์นั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเท่านั้น แต่คุณยังควรต้องมองถึงความผิดปกติอื่นๆ รวมถึงส่วนควบเครื่องยนต์ อย่างระบบเกียร์ และคลัทช์ ว่ายังอยู่สภาพสมบูรณ์หรือไม่ พบรอยน้ำมันที่ผิดปกติในห้องเครื่องหรือไม่ ลองเช็คก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบหล่อเย็นเป้นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจดู และถ้าพบความผิดปกติลองนำไปปรึกษาช่างผู้ชำนาญการ จะได้เป็นการป้องกัน



2.เบรก-ยาง..ชีวิตเราแขวนกับมัน.. เมื่อตรวจสอบเครื่องยนต์แล้ว ก็ได้เวลาสำรวจสิ่งต่อไปนั่นคือ เบรก ยาง รวมถึงระบบช่วงล่าง ที่ควรจะต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่ควรแค่ใช้งานได้ การตรวจสอบยางนั้น ให้ดูหน้าสัมผัสยางว่าถึงจุดสะพานยางรึยัง ถ้าถึงแล้วควรเปลี่ยนเสีย โดยแนะนำให้เปลี่ยนกยกชุด หรือหากงบน้อย เลือเปลี่ยนเป็นคู่

ส่วนเบรกนั้นง่ายมากคอยฟังเสียง ถ้ามีเสียงเหล็กสีกันเวลาเบรก ควรเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่อย่าช้าที อย่างเดียวกับถ้ามีระยะหยุดที่ผิดปกติ ส่วนเรื่องช่วงล่างต้องยกให้ช่างตรวจสอบไปก็หมดเรื่อง



3.ส่วนบังคับเลี้ยวเรื่องนี้ต้องดู หลายคนมักลืมระบบบังคับเลี้ยวไป เนื่องด้วยมันมักไม่ค่อยเสียจากการใช้งานมากนัก โดยเฉพาะรถใหม่นี่แทบจะผ่านข้อนี้ไปได้ เลย แต่ถ้าคุณใช้รถยนต์ที่มีอายุเกิน 10 ปี ขึ้นไป การตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยวก่อนเดินทางถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากน๊อตและโบล์ตต่างๆอาจมีการเสื่อสภาพ ทำให้ทำงานได้ไม่เต้มประสิทธิภาพและท้ายที่สุดอาจบกพร่อง ให้ตรวจดูว่า พวงมาลัยมีการคอนหรือไม่ น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์พร่องไปหรือมีน้ำมันหยดใต้รถหรือไม่ ถ้ามีเป็นไปได้รีบซ่อมแซมเสียก่อนเดินทาง เพราะการบังคับเลี้ยวสำคัญมากอย่านิ่งนอนใจ



4. ปรับอากาศ...อันนี้ก็จำเป็น บ่อยครั้งที่เราเดินทางไกล แล้วเกิดพบว่ารถที่เราใช้นั้นเกิดเสียกลางทาง หนึ่งในหลายๆอาการที่เรามักได้ยินบ่อยๆคือแอร์เสีย ที่แย่กว่าระบบอื่นๆเสีย เนื่องจาก มันมักจะทำให้เพื่อนร่วมเดินทางหงุดหงิดเช่นเดียวกับคุณ ที่คงไม่ค่อยจะสุขในมากนักหากเจออากาศของเมษาฯหน้าร้อน

การตรวจสอบระบบแอร์นั้นควรนำไปให้ร้านตรวจสอบ โดยมาก รถทุกคันจำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์ทุก 2-3ปี โดยเฉลี่ย ซึ่งการเติมน้ำยาแอร์ควรเลือกร้านที่วางใจได้ เนื่องจากปัจจุบัน พบว่าน้ำยาแอร์ปลอมที่นอกจากจะไม่เย็น เป็นอันตรายต่อชีวิตแล้ว อาจทำให้ระบบพังได้ด้วย



ทั้ง 4 ข้อนี้คือสิ่งที่ควรตรวจสอบรถก่อนการเดินทางที่ควรจะปฏิบัติ ซึ่งหากคุณเป็นคนที่ยุ่งมากการนำรถไปให้ศูนย์บริการตรวจสอบสัก 1 วันนั้นก็นับว่าเป็นไอเดียที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว..และเราแนะนำให้รีบทำการเทศกาลสงกรานต์นี้ครับ

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

ทายนิัสัยจากการอ่านหนังสือพิมพ์

ทุกคนต้องเคยอ่านหนังสือพิมพ์กันอย่างแน่นอน แต่ว่าแต่ละคนคงจะเลือกอ่านข่าวที่ต่างกันออกไปดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อ่านข่าวไหนมีนิสัยอย่างไร...

อ่านข่าวบันเทิงก่อน
เป็นคนที่มีความสนุกสนานรื่นเริง ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับความบันเทิงเริงรมย์ ชอบไปงานเลี้ยงสังสรรค์ ชอบดู ภาพยนตร์ สนใจเรื่องของชาวบ้าน

อ่านหนังสือพิมพ์ทั้งฉบับ
เป็นคนกระตือรือร้นและอยากได้ข่าวสารใหม่ๆ ตลอดเวลา ไม่ชอบที่จะเป็นคนตกข่าว เป็นคนรอบคอบละเอียดถี่ถ้วน เมื่อทำอะไรแล้วก็จะตั้งใจทำให้ดีที่สุด

อ่านข่าวในประเทศก่อน
เป็นคนที่เคารพกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ของสังคม ไม่ชอบเอาเปรียบผู้อื่นเป็นนักต่อสู้ตัวฉกาจ ปฎิบัติตัวต่อคู่ครองด้วยความรักและซื่อสัตย์ มีความจริงใจต่อเพื่อนฝูง ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ

อ่านข่าวผ่านๆ และเลือกอ่านข่าวเพียงบางเรื่อง
เป็นคนไม่ค่อยใส่ใจต่อเหตุการณ์ของโลกนัก มักจะใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ค่อยยุ่งกับชาวบ้าน มองโลกในแง่ดี รักเพื่อน และมีน้ำใจ

อ่านข่าวภูมิภาคก่อน
หากเลือกอ่านข่าวที่เกี่ยวกับท้องถิ่นของตนเองก่อน จะเป็นคนที่รักพวกพ้องมากใครจะมาแตะต้องไม่ได้ ต้องลุยให้แหลกกันไปข้างหนึ่ง เป็นคนชอบความสงบ ไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นนอกจากพวกของตน

อ่านข่าวเกี่ยวกับการบ้านการเรือนก่อน
เป็นคนที่กระตือรือร้นและมีระเบียบ วินัย มีการวางแผนงานเฉพาะหน้าเพื่อตนเองและครอบครัว หากรักปากอะไรกับใครแล้วต้องทำได้

อ่านข่าวท่องเที่ยวก่อน
เป็นคนอยู่ไม่ติดที่ ชอบเดินทางอยู่เสมอ ถ้าหากอยู่ที่ไหนนานเกินไปจะเกิดอาการเบื่อ ต้องรีบหาเรื่องชีพจรลงเท้าทันทีรักความอิสระเสรี เป็นตัวของตัวเองสูง

อ่านข่าวกีฬาก่อน
เป็นคนชอบทำงานเป็นทีม ไม่หวั่นต่อการเสี่ยงและท้าทาย ชอบการทำงานหนักและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคต่างๆ แต่จะคิดว่าเป็นบทเรียนที่มีค่าสำหรับตนเอง นอกจากนั้นแล้วยังเป็นคนที่ชอบการต่อสู้แข่งขันมีระเบียบวินัยสูง มักจะประพฤติตัวอยู่ในกรอบและพร้อมจะปรับปรุงตัวเอง

อ่านข่าวเศรษฐกิจก่อน
เป็นคนชอบความท้าทาย ชอบเรื่องลับสมอง และมีความสุขที่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ออกมา เป็นคนที่มีความที่มีความทะเยอทะยานสูง ค่อนข้างจริงจังกับชีวิต จะทำงานที่เห็นว่าเหมาะสมกับตนเองและทุ่มเทกับการทำงานอย่างเต็มที่

อ่านเรื่องเกี่ยวกับอาหารก่อน
เป็นคนที่มีรสนิยมดี ชอบความสวยงาม ชอบให้ตนเองแวดล้อมไปด้วยสิ่งที่เจริญตา และพยายามทำตนให้เป็นที่สนใจต่อเพื่อนฝูงและคนอื่นๆ ไม่ชอบเป็นคนตกสมัยมักทำตัวเองให้อีพเดทอยู่เสมอทั้งในเรื่องการแต่ตัวแลฃะ รสนิยมในการใช้ชีวิต


ขอบคุณข้อมูลจาก FW Mail
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com

ออกกำลังกายตามราศี

วันนี้เชิญ คุณ ๆ มาออกกำลังกาย ตามราศี โดยจะทำนายทายทักนิสัยและสไตล์การออกกำลังกายที่เหมะสมกับทั้ง 12 ราศี

ราศีกรกฏ(เกิด 23 มิ.ย.-23 ก.ค.) - คุณอ่อนไหว ระแวดระวัง และหัวรั้น คุณจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เมื่อได้ฝึกโยคะพิลาทิส หรือออกกำลังกายโดยมีเทรนเนอร์คอยดูแล

ราศีสิงห์ (เกิด 24 ก.ค.-23 ส.ค.) - คุณออกจะเป็นคนบ้าพลังที่ออกกำลังกายได้เป็นชั่วโมง เหมาะกับพาวเวอร์โยคะ เดินป่า ปีนเขา เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานอย่างเต็มที่

ราศีกันย์ (เกิด 24ส.ค.-23 ก.ย.) - เพอร์เฟ็คชั่นนิสต์ เช่นคุณ เหมาะกับการออกกำลังกายที่ได้เผาผลาญพลังงานพร้อมกับได้ผ่อนคลาย เช่น วิ่ง หรือว่ายน้ำ

ราศีตุล (เกิด 24 ก.ย.-23 ต.ค.) - คุณมีจินตนาการกว้างไกล คุณต้องการความสมดุลในชีวิต จึงเหมาะกับการฝึกโยคะ พิลาทิส และท่าบริหารที่ฝึกการทรงตัวด้วยฟิตบอล

ราศีพิจิก (เกิด 24 ต.ค.-22 พ.ย.) - คุณเป็นคนคิดมาก และเป็นพวกเก็บความรู้สึกเก่ง การปั่นจักยานโดยปรับแรงต้านหนักสลับเบาจะทำให้คุณลืมเรื่องรกสมองได้

ราศีธนู (เกิด 23 พ.ย.22 ธ.ค.) - คุณเป็นนักผจญภัยที่มีทักษะด้านกีฬา และชอบออกกำลังกายกลางแจ้ง จึงเหมาะกับการปั่นจักรยาน วิ่ง ปีนผา หรือเข้าร่วมค่าย
กีฬากลางแจ้ง

ราศีมังกร (เกิด 23 ธ.ค.-19 ม.ค.) - สัญญลักษณ์ประจำราศี คือแพะ คุณจึงเหมาะกับการออกกำลังกายที่อาศัยความอึด เพื่อไปถึงเป้าหมายอย่าง ปั่นจักรยานทางไกล
หรือปีนเขา

ราศีกุมภ์ (เกิด 20 ม.ค.-19 ก.พ.) - สาวรักอิสระ เป็นตัวของตัวเองเช่นคุณ เหมาะกับกิจกรรมที่ใช้พละกำลัง แต่ให้ความรู้สึกเพลิดเพลินไปในตัว เช่น พายเรือ

ราศีมีน (เกิด 20 ก.พ.-20 มี.ค.) - สาวอ่อนไหว น้ำใจงามแบบนี้ ควรออกกำลังกายที่ช่วยทำให้ใจสงบ อย่างฝึกโยคะ หรือเข้าคลาสที่ได้ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

ราศีเมษ (เกิด 21 มี.ค.-20 เม.ย.) - คุณเป็นคนธาตุไฟ จึงมีความแอ๊คทีฟ และชอบการต่อสู้ จึงเหมาะกับการวิ่ง ชกมวย หรือ ปั่นจักรยานเป็นกลุ่ม เพื่อปลดปล่อยพลังงาน

ราศีพฤษภ (เกิด 21 เมย.-21 พ.ค.) - คุณเป็นคนชอบชีวีตสุขสบาย จึงเหมาะกับการออกกำลังกายที่เห็นผลชัดโดยไม่หนักเกินไป อย่างเช่น เดินเร็ว ต่อด้วยบริหารความ
แข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ราศีเมถุน (เกิด 22 พ.ค.-22 มิ.ย.) - คุณเป็นคนที่มีนิสัยรักความท้าทาย และชอบทดลองสิ่งแปลกใหม่ เหมาะกับการออกกำลังกายรูปแบบละวันสลับกันไปเรื่อย ๆ

ทักทายนิสัย และแนะนำการออกกำลังกายให้คุณแล้ว ทีนี้ก็รีบแต่งตัว แล้วอย่าลืมมองกระจกแล้วเช็คตัวเอง เพื่อเพิ่มความมั่นใจอีกครั้ง
และเตรียมพร้อมสำหรับการออกกำลังกายอย่างสนุกสนาน...


ขอบคุณข้อมูลจาก modothai
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com